รวม 6 ท่าออกกำลังกายช่วยดูแลอาการปวดหลังส่วนล่าง เช่น Knee Rolls, Knee-to-Chest, Straight Leg Raise และ Glute Bridge พร้อมวิธีทำและข้อควรระวัง อาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การใช้งานกล้ามเนื้อและร่างกายมากเกินไป การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกและข้อ
สำหรับอาการปวดหลังทั่วไป การคงการเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาการ โดยไม่จำเป็นต้องนอนพักหรือหยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด การเลือกท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมและค่อย ๆ เพิ่มระดับตามความสามารถ อาจช่วยให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวและใช้งานได้ดีขึ้น
บทความนี้รวบรวม 6 ท่าออกกำลังกายพื้นฐานสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างทั่วไป สามารถใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการดูแลและเพิ่มการเคลื่อนไหวของร่างกาย
หมายเหตุ: ท่าออกกำลังกายแต่ละท่าอาจไม่เหมาะกับอาการปวดหลังทุกประเภท หากทำแล้วอาการปวดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หรือมีอาการปวดร้าว ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรหยุดออกกำลังกายและปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
1. ท่าหมุนเข่า (Knee Rolls)

ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่างอย่างนุ่มนวล
วิธีทำ
1. นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้าง โดยให้เท้าวางบนพื้น
2. วางแขนทั้งสองข้างไว้ข้างลำตัวเพื่อช่วยพยุงร่างกาย
3. ค่อย ๆ เอนเข่าทั้งสองข้างไปทางซ้ายจนรู้สึกตึงเล็กน้อย
4. ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที
5. กลับสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำซ้ำไปทางขวา
แนะนำ: ทำประมาณ 10 รอบ หรือปรับจำนวนครั้งตามความสามารถของแต่ละคน
2. ท่าดึงเข่าชิดอก (Single Knee-to-Chest)

ช่วยยืดบริเวณหลังส่วนล่างและสะโพก
วิธีทำ
1. นอนหงาย เหยียดขาทั้งสองข้าง
2. ยกเข่าข้างหนึ่งเข้าหาหน้าอก
3. ใช้มือประคองบริเวณด้านหลังต้นขา
4. ค่อย ๆ ดึงเข่าเข้าหาลำตัวจนรู้สึกตึงอย่างสบาย
5. ค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
6. ค่อย ๆ ปล่อยขาลงและสลับทำอีกข้าง
แนะนำ: ทำประมาณ 10 ครั้งต่อข้าง หรือตามความเหมาะสม
3. ท่ายกขายืดตรง (Straight Leg Raise)

ช่วยบริหารกล้ามเนื้อขาและสะโพก พร้อมส่งเสริมการควบคุมการเคลื่อนไหวของลำตัว
วิธีทำ
1. นอนหงาย เหยียดขาทั้งสองข้าง
2. ยกขาข้างหนึ่งขึ้นประมาณ 45 องศา โดยรักษาเข่าให้เหยียดตรง
3. กระดกข้อเท้าเข้าหาตัวตามความเหมาะสม
4. ค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
5. ค่อย ๆ ลดขาลงกลับสู่ท่าเริ่มต้น
6. สลับทำอีกข้าง
แนะนำ: ทำประมาณ 10 ครั้งต่อข้าง
หากยกขาแล้วทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออาการผิดปกติเพิ่มขึ้น ควรหยุดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
4. ท่าสะพานโค้ง (Glute Bridge)

ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและลำตัว
วิธีทำ
1. นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้าง และวางเท้าบนพื้น
2. วางแขนไว้ข้างลำตัว
3. เกร็งหน้าท้องและบีบกล้ามเนื้อก้นเบา ๆ
4. ค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้นจากพื้น
5. พยายามให้ลำตัวอยู่ในแนวเดียวกัน โดยไม่แอ่นหลังมากเกินไป
6. ค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
7. ค่อย ๆ ลดสะโพกกลับลงสู่พื้น
แนะนำ: ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
5. ท่าบริหารลำตัว (Crunch)

ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัว
วิธีทำ
1. นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้าง และวางเท้าให้แนบกับพื้น
2. วางแขนไว้ข้างลำตัว
3. ค่อย ๆ ยกศีรษะและหัวไหล่ขึ้นจากพื้นเล็กน้อย
4. เลื่อนมือจากบริเวณต้นขาไปทางหัวเข่า
5. ค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
6. ค่อย ๆ ลดศีรษะและหัวไหล่กลับลง
แนะนำ: ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
ไม่ควรฝืนยกตัวสูงหรือดึงคอเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว หากมีอาการปวดหลังเพิ่มขึ้นควรหยุด
6. ท่าดันตัว (Half Push-up / Back Extension)

ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่าง
วิธีทำ
1. นอนคว่ำ โดยให้ลำตัวและหน้าท้องอยู่บนพื้น
2. วางมือหรือท่อนแขนบนพื้นบริเวณด้านข้างลำตัว
3. ค่อย ๆ ดันหรือยกลำตัวส่วนบนขึ้น
4. ให้บริเวณสะโพกและขาส่วนล่างยังคงสัมผัสกับพื้น
5. ยกตัวขึ้นเท่าที่รู้สึกสบาย ไม่จำเป็นต้องยกสูง
6. ค้างไว้ประมาณ 5–10 วินาที
7. ค่อย ๆ ลดตัวกลับลง
แนะนำ: ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง หรือตามความสามารถ
ควรออกกำลังกายกี่ครั้งต่อวัน?
ไม่จำเป็นต้องทำทั้ง 6 ท่าในครั้งเดียว เพราะจำนวนครั้งและระดับความหนักที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการ ความแข็งแรง และความสามารถในการเคลื่อนไหวของแต่ละคน
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น อาจเลือก 3–4 ท่าที่สามารถทำได้อย่างสบาย ก่อน แล้วค่อยเพิ่มจำนวนท่าหรือระดับความยากเมื่อร่างกายปรับตัวได้
สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างสม่ำเสมอและค่อย ๆ เพิ่มระดับ มากกว่าการฝืนทำจำนวนมากในครั้งเดียว แนวทางการดูแลอาการปวดหลังให้ความสำคัญกับการคงกิจกรรมและเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
อาการปวดหลังส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้ แต่หากมีอาการผิดปกติหรืออาการรุนแรง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยเฉพาะหากมีอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการปวดร้าวลงขา
- มีอาการชา หรือรู้สึกเสียวแปลบ
- มีอาการขาอ่อนแรง
- เดินไม่มั่นคงหรือเคลื่อนไหวลำบาก
- อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- อาการไม่ดีขึ้นหรือยังคงเป็นอยู่นาน
- อาการปวดเกิดขึ้นหลังได้รับอุบัติเหตุรุนแรง
- หากมีอาการผิดปกติชัดเจน ไม่ควรฝืนออกกำลังกายเพื่อหวังให้อาการดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
หมอปรัชญ์ กระดูกและข้อ ผ่าตัดส่องกล้อง
docpudscope.com
TikTok: @docpud_ortho
YouTube: @docpud
Facebook: กำลังดี คลินิกกระดูกและข้อ

